พลพรรคอินทรีเหล็ก ทีมชาติเยอรมัน ที่สามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ต่อวงการลูกหนังโลก ด้วยการคว้าแชมป์โลก เป็นสมัยที่ 4 อีกทั้งยังเป็นการคว้าแชมป์บนแผ่นดินลาตินอเมริกา คา สิ โน สด ซึ่งขึ้นชื่อว่า เป็นดินแดนปราบเซียนของแข้งยุโรปกันมานักต่อนัก ซึ่งทำได้ดีที่สุด ก็คือ รองแชมป์ เท่านั้น

 

ฟุตบอลโลก 2014 ฉบับแซมบ้า ทีมชาติเยอรมัน ที่มีขุนพลในอายุเฉลี่ยที่ว่ากันว่า พีคที่สุด มากกว่า 3 ครั้งก่อนหน้านี้ ก็ถูกวางเป้าว่าเป็นทีมเต็งในระดับที่ดูต่ำ เป็นรองทีมจากอเมริกาใต้ทั้ง บราซิล และ อาร์เจนตินา 

บราซิล อดีตแชมป์ 5 สมัย (1958, 1962, 1970, 1994, 2002) เข้ารอบแบบอัตโนมัติในฐานะเจ้าภาพ ลงเล่นรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 20 มากที่สุด แม้อันดับโลกของฟีฟ่าจะอยู่ที่ 11 และในฐานะเจ้าภาพ จึงถูกกดดันทั้งทางตรงและทางอ้อมว่าต้องเป็นแชมป์สมัยที่ 6 ทีมแรกเท่านั้น น้อยกว่านี้ถือว่าล้มเหลว

 

สุดท้ายกลับกลายเป็นเยอรมันที่ยัดเยียดความปราชัยให้แซมบ้าได้สำเร็จ

 

ในรอบแรก พวกเขาเจอของแข็งอย่างทีมชาติโปรตุเกส ที่พีคสุด ๆ แต่ที่ไหนได้ เริ่มเกมนัดแรก กลับเป็นฝ่ายสอนเชิงไป 4-0 พร้อมจบด้วยการเป็นที่ 1 ของสาย เขี่ย โปรตุเกส ออกไปจากเส้นทางแชมป์โลก อีกด้วย 

 

หลังจากนั้นก็เข้าสู่รอบน็อคเอาท์ เยอรมัน ก็ยังสร้างมาตรฐานไว้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ซึ่งในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ต้องโคจรมาพบกับ ฝรั่งเศส ที่มีเกมรุกอันจัดจ้าน แต่อย่างไรก็ตาม เยอรมัน ก็ยังสามารถเขี่ย ฝรั่งเศส ออกไปจากเส้นทางแชมป์ได้อีก 1 ทีม

 

การพ่ายแพ้ที่ย่อยยับของเจ้าภาพบราซิล ต่อ เยอรมันถึง 1-7 ถูกจัดให้มาอยู่อันดับที่ 1 ของเหตุการณ์สำคัญในฟุตบอลโลกคราวนี้ เป็นปรากฏการณ์ที่หาดูได้ยากจริงๆ สร้างความตกตะลึงของแฟนบอลลูกหนังทั่วโลก จนสื่อจากทั่วโลกพร้อมใจกันประโคมข่าวถึงความหน้าอับอายของเจ้าภาพฟุตบอลโลกในปีนี้

 

นอกจากนั้น ตำนานคนใหม่ของฟุตบอลโลกได้กำเนิดขึ้นในปีนี้หลังจากที่ มิโลสลาฟ โคลเซ ดาวยิงจากทีม “อินทรีเหล็ก” เยอรมันได้สร้างประวัติศาสตร์ก้าวไปเป็นดาวซัลโวตลอดกาลของฟุตบอลโลกหลังจากที่ยิงประตูในนัดพบกับ “เจ้าภาพ” บราซิล 1 ประตูบวกกับของเก่าที่ทำไว้รวมเป็น 16 ประตู แซงตำนานบอลโลกชาวบราซิลคนเก่าอย่าง โรนัลโด ที่ 15 ประตูไปอย่างสุดยอด

 

ส่วนเต็ง 2 อย่างอาร์เจนตินา ที่ถือว่าเป็นโอกาสทองของยอดแข้งแห่งยุคอย่าง ลีโอเนล เมสซี  จะได้เดินตามรอย “เสือเตี้ย” ดิเอโก มาราโดนา ยอดตำนานของอาร์เจนตินาที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกเมื่อปี 1986 โดย เมสซี กวาดแชมป์มาแล้วอย่างมากมาย แต่ยังเหลือถ้วยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง ฟุตบอลโลกที่เจ้าตัวยังไม่สามารถคว้ามาได้เลย และปีนี้เป็นโอกาสดีอย่างยิ่งกับการฉลองวันเกิดครบ 27 ปี พร้อมกับการคว้าแชมป์โลก แต่เจ้าตัวก็ไม่สามารถช่วยทีมอาร์เจนตินา คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 3 ได้สำเร็จ สร้างความปวดร้าวและเจ็บปวดให้กับตัวเขาเองอีกครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *